ข่าววันนี้ Share0 Tweet

เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน

Shambhala TS
25 มิถุนายน 2562 - 11:47(แก้ไข)
เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน

พ่อแม่ทุกคนเฝ้าฝันอยากให้ลูกมีชีวิตที่ดีกันทุกคน จึงยอมทำทุกเพื่อให้มั่นใจว่าลูกของเขาได้รับแต่สิ่งดีๆ มีการศึกษาที่ดี แม้ว่าหนทางการไปโรงเรียนมันลำบากแค่ไหนก็ไม่หวั่น เช่นชาวหมู่บ้านแห่งนี้

เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน
Photo credit: siakapkeli

แม้ว่าบ้านเกิดจะอยู่ในที่ทุรกันดาร แต่ลองขอให้เป็นเรื่องการศึกษาของลูกแล้ว มีหรือที่คนเป็นพ่อแม่จะทำให้ไม่ได้ เมื่อเร็วๆนี้ปรากฏภาพชายคนหนึ่งกำลังส่งเด็กไปโรงเรียน ด้วยการใส่เด็กลงถุงไนล่อนยักษ์แล้วให้ชายร่างกำยำพาข้ามลำธารไหลเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียนให้ทันเวลาโดยที่เนื้อตัวไม่เปียกปอน ภาพดังกล่าวถูกถ่ายไว้ได้ที่หมู่บ้านฮอยฮา ประเทศเวียดนามซึ่งพอถึงหน้าฝนก็มักจะเจอสถานการณ์น้ำท่วมที่หนักกว่าที่อื่น จนสะพานที่พวกชาวบ้านสร้างไว้ตอนหน้าร้อนถูกน้ำท่วมจนมิด อีกทั้งไม่มีการอนุญาตให้ล่องแพตามลำน้ำอีกด้วย

เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน
Photo credit: siakapkeli
เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน
Photo credit: siakapkeli

ด้วยความจนใจและอยากให้ลูกๆของพ่อแม่ในหมู่บ้านทุกคนได้เรียนหนังสือ พวกเขาจึงต้องจ้างคนมาช่วยพาลูกๆตัวเองข้ามลำน้ำด้วยการห่อเด็กด้วยถุงพลาสติกไนล่อนยักษ์ แล้วยืนรออยู่บนฝั่งแม่น้ำอย่างเป็นกังวลขณะที่ชายหนุ่มกำลังพาลูกข้ามลำน้ำเชี่ยว และเมื่อข้ามไปอีกฝั่งได้แล้ว เด็กๆจะต้องเดินเท้าไปโรงรียนต่ออีกประมาณ 15 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย ชาวบ้านทุกคนต้องทำแบบนี้ไปตลอดหน้าฝน ซึ่งมีขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย. ไปจนถึง ต.ค. เลยทีเดียว

เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน
Photo credit: Vietnamnet
เด็กลงไปอยู่ในถุงพลาสติก ข้ามธารน้ำเชี่ยวเพื่อไปโรงเรียน
Photo credit: VOV

งานนี้ก็ของยกย่องพ่อแม่ทุกท่านที่ไม่ยอมแพ้ต่อการศึกษาให้ลูก แม้ว่าช่วงหน้าฝนมันจะทุลักทุเลสุดๆ ก็ตาม รวมถึงอยากให้เรื่องนี้เป็นคติสอนใจแก่เด็กๆคนอื่นที่กำลังเกียจคร้านการเรียน ให้ตระหนักรู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ได้เรียนหนังสือแบบที่ไม่ต้องลำบากมาก ฉะนั้นเลิกเล่นกันในห้องแล้วหันไปมองกระดานที่ครูสอนเสีย...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: World of Buzzsiakapkeli

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook