ข่าววันนี้ Share0 Tweet

หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

Shambhala TS
16 สิงหาคม 2562 - 12:59(แก้ไข)
หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

อีกหนึ่งเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษหรือสวมผ้าคลุมเสมอไป หรือต้องเป็นดาราคนดังอย่างเดียว ลองมาดูเรื่องนี้แล้วคุณจะเปลี่ยนทัศนคติไปอย่างสิ้นเชิง

หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

เมื่อราว 10 โมงเช้าของวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนเข้ากับรถบรรทุกกลางสี่แยกเมืองสิงคโปร์ แรงปะทะส่งผลให้รถตู้พลิกหงายตะแคงข้างทำให้คนขับวัย 70 ปีติดอยู่ในซากรถ ขณะเดียวกัน มูฮัมหมัด ริอาว อัลเฟียน พนักงานขับ Grab Food ที่เพิ่งเสร็จงานส่งอาหารให้ลูกค้าพอดี ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าจึงรีบเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกระแสเสียงของผู้คนที่หารือกันว่าควรจะพลิกรถกลับ มูฮัมหมัดกลับไม่เห็นด้วยหากจะทำอย่างนั้น เพราะตัวรถตู้สภาพย่ำแย่ไม่น้อย หากทำอะไรผิดพลาดอาจเป็นอันตรายได้

หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ
หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

ขณะที่หลายคนยังลังเลว่าจะเอาอย่างไร มูฮัมหมัดกลัวว่าถ้าไม่ทำอะไรน้ำมันอาจรั่วและรถจะระเบิดเอาได้ จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปพังประตูหน้า แล้วค่อยๆดึงตัวลุงคนขับขึ้นมา เมื่อช่วยคนขับออกมาได้อย่างปลอดภัย มูฮัมหมัดก็ลงจากรถตู้ไปโบกอำนวยความสะดวกเรื่องจราจรต่อจนกระทั่งหน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลมาถึง เรื่องราวทั้งหมดมีผู้ถ่ายคลิปไว้ได้และนำมาเผยแพร่ลงโซเชียลมิเดีย จนได้คำชื่นชมกลับไปอย่างมากมาย แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่าเหตุใดพนักงาน Grab Food คนนี้ ถึงเก่งเหลือเกิน

หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ
หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

แท้จริงแล้วมูฮัมหมัดเคยเป็นตำรวจผู้ช่วยมาก่อน และเคยเข้าฝึกหลักสูตรกู้ชีพกับตำรวจ ทำให้เขาชำนาญกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเขาเล่าว่าที่ทำไปก็เป็นแค่สิ่งๆหนึ่งที่ทุกคนน่าจะทำเหมือนกัน เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ได้แต่หวังว่าทุกคนในสังคมจะทำตามเขา เพื่อให้โลกนี้เป็นสถานที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนคุณลุงวัย 70 ปีอาการปลอดภัยและได้มอบกระเช้าของขวัญเป็นสินน้ำใจแก่มูฮัมหมัดอีกด้วย...

หนุ่ม Grab Food สวมบทฮีโร่ ทุบกระจกช่วยลุง 70 ติดซากรถคว่ำ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: World of BuzzStraits TimesRyan Hiroshi

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook