ข่าววันนี้ Share0 Tweet

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง

Shambhala TS
29 ตุลาคม 2562 - 12:59(แก้ไข)
หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง

หากคุณยังแคลงใจอยู่ว่า มนุษย์สามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อถึงคราวต้องเอาชีวิตรอด ต้องมาดูเรื่องนี้เลยกับนาทีชีวิตของหนุ่มคนหนึ่ง ผู้ต่อยจระเข้อย่างแรงจนรอดหวุดหวิด หลังจากถูกมันกัดเข้าที่เป้าและลากลงน้ำ

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง

เอลส์ตัน ลามี ลามี ชายวัย 42 ปี คิดไปว่าตนเองเผลอเหยียบท่อนซุงขณะกำลังเดินลุยหนองน้ำลึกเท่าเอวใกล้กับมินจิลาง ชุมชนอะบอริจินเก่าแก่บนเกาะครอกเกอร์ ออสเตรเลีย แต่ทันใดนั้นท่อนซุงดังกล่าวก็ได้แสดงตัวที่แท้จริงออกมาว่ามันคือจระเข้ แล้วพุ่งเข้างับที่โคนขาใกล้กับอัณฑะของเขาอย่างแรง แล้วใช้กำลังอันมหาศาลของมันกระชากลากถูร่างเขาลงไปในน้ำลึกเพื่อจัดการปิดเกม แต่เอลส์ตันก็เป็นนักสู้พอที่จะไม่ยอมจบชีวิตแบบนี้

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
Photo credit: Elston Lami Lami/facebook

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจาก: Pixabay

"ผมเอาเท้าถีบยันมันออกไป ถีบไปที่จมูกมัน 3 ครั้งได้แล้วมันก็ปล่อยผม" เอลส์ตันเล่าให้ทาง 9News ฟัง แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดจระเข้กระหายเลือดได้ ขณะที่เขากำลังคลุกคลานกับขึ้นฝั่ง จระเข้สุดโหดก็พุ่งขึ้นผิวน้ำจนเขาเห็นมันอ้าปากฉีกกรามเข้ามาจะกัดที่ขาซ้าย แต่เอลส์ตันหลบได้มันเลยไปงับที่กางเกงขาสั้นของเขาแทน "ผมเลยจับกรามของมันด้วยมือขวา แล้วต่อยมันสุดแรงด้วยมือซ้าย สรุปคือผมอัดมันไป 4 ครั้งทั้งหมด" หลังจากนั้นเขาก็รีบขึ้นฝั่งแล้ววิ่งไม่คิดชีวิต

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจาก: Pixabay
หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจาก: Pixabay

เอลส์ตันได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนมินจิลาง และนำส่งโรงพยาบาลรอยัล ดาร์วินเพื่อวินิจฉัยอาการบาดเจ็บอย่างละเอียด เคราะห์ดีที่อาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าน่าจะกลับบ้านได้ในเร็ววัน เมื่อถามเอลส์ตันว่าเหตุใดถึงได้กล้าบ้าบิ่นถึงขนาดสู้กับจระเข้ขนาดนี้ เขาตอบกลับมาว่า "ในหัวผมตอนนั้นมีแค่ภาพลูกสาวสองคนเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา ผมคงตายไปนานแล้วล่ะ"...

หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
Photo credit: CareFlight
หนุ่มลุยหนองน้ำไปเจอท่อนซุง
Photo credit: Elston Lami Lami/facebook

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: nypostElston Lami Lami

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook