โซเชียล Share0 Tweet

ครอบครัว เผยเหตุผล ปลดเครื่องพยุงชีพ ทั้งๆที่ยัง มีชีวิต

00
ครอบครัว เผยเหตุผล ปลดเครื่องพยุงชีพ ทั้งๆที่ยัง มีชีวิต

ครอบครัว เผยเหตุผล ตัดสินใจ ปลดอุปกรณ์พยุงชีพของน้องกองบินออก ทั้งๆที่ น้องกองบินยังมีชีวิต และอยู่ใต้ความดูแลของทีมแพทย์

ครอบครัว เผยเหตุผล ปลดเครื่องพยุงชีพ ทั้งๆที่ยัง มีชีวิต

วันที่ 16 ส.ค. สำนักข่าว ช่องวัน รายงาน ความคืบหน้ากรณีเด็กชายธนกฤต ยอดมณี หรือน้องกองบิน อายุ 2 ขวบ ที่ถูกลืมไว้ในรถตู้เป็นเวลาเกือบครึ่งวัน ส่งผลให้อยู่ในอาการโคม่า และรักษาตัวอยู่ที่ห้อง P.I.C.U. หรือหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต และวิกฤติเด็ก โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โดยมีกระแสกระแสข่าวได้ระบุว่าน้องกองบินได้เสียชีวิตลงแล้ว

ครอบครัว เผยเหตุผล ปลดเครื่องพยุงชีพ ทั้งๆที่ยัง มีชีวิต

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามข้อเท็จจริงเมื่อเวลา 17.00 น. ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อย่างชัดเจนว่าจนถึงขณะนี้น้องกองบิน หรือเด็กชายธนกฤต ยอดมณี อายุ 2 ขวบ ยังไม่ได้เสียชีวิตตามกระแสข่าวที่ส่งต่อในโลกออนไลน์ ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ ขณะที่บรรยากาศหน้าห้องภิบาลผู้ป่วยหนัก หรือ พีไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ครอบครอบครัวของน้องกองบินได้เดินทางมาถึงแล้ว และในที่สุดครอบครัวได้ตัดสินใจที่จะปลดเครื่องพยุงชีพน้องกองบินออก เนื่องจากสภาพร่างกายทั้งระบบตับ ไต ไม่ทำงานแล้ว

ครอบครัว เผยเหตุผล ปลดเครื่องพยุงชีพ ทั้งๆที่ยัง มีชีวิต

นางสาวสุวภัทร ไชยธรรม มารดาของน้องกองบินระบุว่าได้ตัดสินใจปลดอุปกรณ์พยุงชีพของน้องกองบิน หลังจากนี้จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ จนกระทั่งเวลา 17.20 ปรากฎว่าสัญญาณชีพของน้องกองบินได้ยุติลง แพทย์ได้ยืนยันการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการกับครอบครัวของน้องกองบิน

ด้านพลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ยืนยันว่าหากเด็กเสียชีวิตลงแล้ว การแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนกับผู้ขับขี่รถยนต์ตู้และครูผู้ดูแลจะเป็น “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ซึ่งจะได้เรียกตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไปแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook