โซเชียล Share0 Tweet

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง

Nabi
ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง

ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง มักจะเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากไม่ได้รับการรักษา หรือรักษาไม่ทันเวลาอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง
pixabay /// nastya_gepp

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เส้นเลือดสมองโป่งพองเป็นภาวะของผนังหลอดเลือดอ่อนแรงลงจึงเกิดอาการโป่งพอง เกิดได้ทั้งหลอดเลือดแดงหรือหลอดเลือดดำ โดยส่วนมากที่พบมักจะเป็นหลอดเลือดแดง เมื่อเส้นเลือดโป่งพองถึงจุดหนึ่งก็จะมีการแตก ซึ่งทำให้เกิดภาวะที่สำคัญ คือ เลือดออกในช่องใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นอะแร็คนอยด์ ซึ่งภาวะนี้เป็นอันตรายถึงพิการหรือนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง
pixabay /// Davidqr

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นเลือดสมองโป่งพองแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.เส้นเลือดสมองโป่งพองแบบยังไม่แตก ทำให้อาการที่ไปกดทับเส้นประสาทข้างเคียง หรือมีขนาดใหญ่มากกว่า 2.5 เซนติเมตร อาจทำให้เกิดอาการชักหรืออ่อนแรงได้ 2.เส้นเลือดสมองโป่งพองแบบแตกแล้ว เมื่อมีการแตกเลือดที่ออกมาจะทำให้ความดันในกะโหลกสูงขึ้น ถ้าร่างกายหยุดเลือดไม่ได้ ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตทันที แต่ถ้าเลือดหยุดได้ ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยเลือดออกในชั้นต่าง ๆ ของสมอง เช่น เลือดออกในช่องใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นอะแร็คนอยด์ หรือเลือดออกในเนื้อสมอง เป็นต้น

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง
pixabay /// Engin_Akyurt

สาเหตุของการเกิดโรค เช่น ความผิดปกติแต่กำเนิด หรือโรคทางพันธุกรรม เส้นเลือดแข็งตัวและเสื่อม ภาวะการติดเชื้อ หรือมีการอักเสบในร่างกาย เนื้องอกบางชนิด และอุบัติเหตุ เป็นต้น อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ปวดศีรษะอย่างรุนแรงมักเป็นทันทีทันใด คลื่นไส้อาเจียน หมดสติ หรือเสียชีวิต การถูกกดทับเส้นประสาท เช่น คอแข็ง หรือปวดร้าวบริเวณใบหน้า การอุดตันของหลอดเลือด และอาการชัก

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง
pixabay /// geralt

การวินิจฉัยโรคแพทย์ จะส่งตรวจ 1.เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง 2.การตรวจหลอดเลือดในสมอง ซึ่งจะมี 3 ทางเลือก เพื่อหาความผิดปกติของหลอดเลือดได้แก่ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ร่วมกับการฉีดสารทึบแสง (CTA) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่วมกับการฉีดสารทึบแสง (MRA) การฉีดสารทึบแสงเข้าทางเส้นเลือด 3.การเจาะหลังใช้เมื่อต้องการพิสูจน์ภาวะเลือดออกมาช่องใต้เยื่อหุ้มสมองอะแร็คนอยด์ กรณีที่มองไม่เห็นใน CT Scan แพทย์จะทำการรักษาผู้ป่วยโดยการผ่าตัด และรังสีร่วมรักษาโดยอุดหลอดเลือด ในบางกรณีต้องใช้การรักษาทั้ง 2 แบบร่วมกัน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการโตหรือแตกของเส้นเลือดโป่งพอง ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้แก่ ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และปัจจัยต่างๆที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบทั้งร่างกาย โรคเส้นเลือดสมองโป่งพองเป็นภัยเงียบที่ไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือถ้ามีอาการผิดปกติ หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงที่สุด อย่ารอช้าควรรีบมาพบแพทย์โดยทันที

ป ว ด ศี ร ษ ะ เ ฉี ย บ พ ลั น เ สี่ ย ง เ ส้ น เ ลื อ ด ส ม อ ง โ ป่ ง พ อ ง
pixabay /// geralt

ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส.

ขอบคุณภาพประกอบข่าวจาก : pixabay


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook