โซเชียล Share0 Tweet

จอดไว้นานเกินไป

Fairy Cat
จอดไว้นานเกินไป

หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับมอบขบวนรถไฟดีเซลราง KIHA 183 จำนวน 17 คัน ที่ได้รับมอบจากบริษัท Hokkaido Railway Company (JR HOKKAIDO) ประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.64

จอดไว้นานเกินไป

ล่าสุด วานนี้ ( 1 ม.ค. 64 )เพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น เผยรายงานหนึ่งของสื่อญี่ปุ่นที่ตั้งคำถามต่อรถไฟที่บริจาคให้กับประเทศไทยในครั้งนี้โดยระบุว่า สื่อญี่ปุ่น สำรวจเจอรถไฟญี่ปุ่นที่เคยส่งให้ไทย ยังจอดสนิมขึ้นอยู่นาน ตั้งคำถาม Kiha 183 จะได้มีชีวิตใหม่อีกรอบไหม

จอดไว้นานเกินไป

รถไฟที่เลิกใช้ในญี่ปุ่น ได้ถูกส่งไปหลายที่ทั่วโลก และเริ่มวิ่งได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า มีรถไฟบางขบวนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไป แต่ไม่ได้ใช้งานมาหลายปีแล้ว และไม่สามารถมีโอกาสได้กลับมาวิ่งได้ง่ายๆ

จอดไว้นานเกินไป

ผู้สื่อข่าวตามไปสำรวจ พบเจ้าน้ำเงิน ฮามานาสุ ของ JR ฮอกไกโด ซึ่งเลิกใช้ในปี 2559 หลังจากนั้นก็ส่งมอบให้ประเทศไทย ปัจจุบันเห็นสนิมได้ชัดเจน อาจเป็นเพราะโดนฝนและลมเป็นเวลานาน คนขายของใกล้ๆ บอกว่า “ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมจอดทิ้งไว้นานเกิน” ซึ่งตอนแรกมีแผนที่จะเริ่มซ่อมแซมและนำมาใช้วิ่งในปี 2560 แต่ค่าซ่อมแซม เช่น การปรับล้อเพื่อให้เข้ากับความกว้างรางที่แตกต่างจากญี่ปุ่นนั้นสูง จึงไม่ได้มีการนำมาใช้

จอดไว้นานเกินไป

ล่าสุดไทยยังได้รับมอบ ขบวนรถไฟเก่าจาก JR ฮอกไกโดเดือนนี้ ในขณะเดียวกันการรถไฟแห่งประเทศไทยก็กระตือรือร้นที่จะปรับปรุงรถไฟเหล่านี้ให้ใช้ได้ในปีหน้า ทุกคนก็ได้แต่หวังว่า รถไฟเก่าจากญี่ปุ่นจะไม่ถูกทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล และตั้งคำถามอีกครั้งว่า มันจะได้กลับมาวิ่งในปีหน้าได้ตามที่ตั้งใจไว้ไหม

จอดไว้นานเกินไป

ซึ่งหลายคนที่ชมข่าวนี้ ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

-การรถไฟไทยเคยรับ Kiha 58 ไปแล้ว แต่ก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น

-ผมไม่แน่ใจว่างบประมาณซ่อมไม่พอหรืออย่างไร

-เคยเห็นวีดีโอรถไฟญี่ปุ่นที่ถูกทิ้งร้างที่ไทยนะ

จอดไว้นานเกินไป

-ฉันเป็นคนรักรถไฟ หวังว่าไทยจะนำมันมาใช้วิ่งได้อีกครั้งนะ

-ฉันคิดว่าถึงซ่อมได้ ก็วิ่งได้อีกไม่นานเกิน 5 ปี เพราะอะไหล่จะไม่มีนะ

-ต้องซ่อมบานเลย สำหรับ Kiha 183

-คุณก็รู้ว่าความกว้างของรางไม่เท่ากับญี่ปุ่น ต้องแก้หนักเลย

-มันไม่ได้ส่งไปฟรีๆ นะ มีค่าส่ง พยายามใช้งานมันด้วย

-มันแย่มากเลย รับไปปล่อยไว้ให้ผุพัง

จอดไว้นานเกินไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น และ  ANNnewsCH


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook